Categories
ข่าวรถ ราคารถ การดูแลรถ

Audi TT RS Coupe quattro รถใหม่สุดแรงพร้อมพุ่งทะยานจาก Audi

Audi เป็นอีกหนึ่งผู้ผลิตรถยนต์ที่คุณภาพดีราคาสูง ในประไทยไทยถือเป็นนี่ห้อรถหรูเลยที่เดียว แต่ถึงแม้ว่ารถจะมีราคาค่อนข้างแรง แต่เมื่อเทียบกับสมรรถนะรวมถึงองค์ประกอบอื่นๆ ที่ทาง Audi ให้มาแบบไม่กั๊กแล้ว ก็พูดได้ว่าราคาและคุณภาพเหมาะสมกัน หรือคุณภาพอาจจะเกินราคาด้วยซ้ำไป และในปี 2020 นี้ Audi ก็ได้มีการปล่อยตัวรถรุ่นใหม่อย่าง Audi TT RS Coupe quattro ออกมาให้พวกเราได้ยลโฉมกัน

Audi จัดเต็มสเปคพร้อมอุปกรณ์ครบครันใน Audi TT RS Coupe quattro

Audi TT RS Coupe quattro เป็นรถทรงสปอร์ต 2 ประตูแบบคูเป้ ดีไซน์สวยทั้งภายนอกและภายในทั้งสปอร์ตและเรียบหรูในเวลาเดียวกัน มาพร้อมกับขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 5 สูบ ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง แบบฉีดตรง และ Turbocharging ขนาดความจุ 2,480 cc. ที่ให้แรงม้าได้ถึง 400 แรงม้า (HP) มันจึงสามารถทำความเร็วได้อย่างรวดเร็วไม่มีสะดุด ขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา สามารถไปได้ในทุกสภาพผิวถนน ขับง่ายด้วยเกียร์ออโต้ 7ATที่สำคัญคือเชื้อเพลิงสามารถใช้ได้ทั้งเบนซิน 95 และแก๊สโซฮอล์ 95 (E10) โดยระบบจ่ายน้ำมันแบบ Fuel Stratified Injection (FSI) เสริมความปลอดภัยด้วยระบบเบรค ABS ถุงลมนิรถภัยรอบคัน ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ตัวถังนิรภัย ระบบกระจายแรงเบรก EBD สัญญาณเตือนถอยหลัง ระบบป้องกันการโจรกรรม และอื่น ๆ อีกมากมายที่จะช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น มาพร้อมกับชุดแต่งสปอร์ตรอบคัน ระบบไล่ฝ้ากระจกหลัง ระบบกันสะเทือนแบบสปอร์ต การตกแต่งภายในก็สวยงาม เบาะหุ้มหนังแท้ พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนัง มีระบบจดจำปรับที่นั่งคนขับและระบบนำทาง

Audi TT RS Coupe quattro สะดวกสบายด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบชุดสมราคา

Audi TT RS Coupe quattro นั้นมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ใส่มาให้จนแทบจะใช้ไม่หมดอย่าง Cruise Control ปรับหรือพับกระจกมองข้างด้วยระบบไฟฟ้า พวงมาลัยพาวเวอร์ ระบบ Electromechanical steering with speed-dependent power assistance ปรับอากาศอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ควบคุมได้ทั้งเกียร์และเครื่องเสียงบนพวงมาลัย มีไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า ปุ่ม Start/Stop Engine ไม่ใช้กุญแจรถให้ยุ่งยาก เบาะหลังพับได้ในอัตราส่วน 50:50 ปรับเบาะด้วยระบบไฟฟ้า ช่องเก็บของ ที่วางแขน และที่วางแก้วน้ำ 2 จุดบริเวณคอนโซลกลาง สบายทั้งผู้โดยสารและผู้ขับขี่ เครื่องเสียงประกอบด้วยวิทยุ ระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียม Bang & Olufsen DVD CD จอภาพ Touch Screen Audi virtual cockpit 12.3 นิ้ว ช่องเชื่อมต่อ USB ช่องเชื่อมต่อ ipod ช่องเชื่อมต่อ Aux รองรับการเชื่อมต่อผ่านทาง Bluetooth มีระบบ Hand free สำหรับเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถืออีกด้วย

Categories
บ้านและการตกแต่งบ้าน

วิธีเลือกผ้าม่านสำหรับห้องรับแขก

ห้องรับแขก เป็นหนึ่งห้องสำคัญของบ้านที่สะท้อนรสนิยม และอุปนิสัยใจคอของเจ้าของบ้านและสมาชิกในครอบครัว  ซึ่งนอกนอกจาก เฟอร์นิเจอร์ ต่าง ๆ ในห้องรับแขกที่ต้องให้ความสำคัญแล้ว  ผ้าม่านในห้องรับแขก ก็เป็นส่วนประกอบที่สำคัญมากอย่างหนึ่งในการเนรมิตให้ห้องรับแขกของคุณมีความสวยงามและสื่ออารมณ์ที่ดีให้กับผู้ที่มีโอกาสเข้ามาสัมผัส

การเลือกผ้าม่าน  ไม่ว่าจะสำหรับห้องไหนๆของบ้าน สิ่งสำคัญที่ผู้เลือกต้องมีความเข้าใจเป็นพื้นฐานคือ เรื่องของสีที่สื่ออารมณ์เป็นอันดับแรก  รองลงคือรูปแบบของม่าน และการเลือกเนื้อผ้าของผ้าม่าน ซึ่งความเป็นจริงอย่างหนึ่งที่ผู้เลือกผ้าม่านจำเป็นต้องรู้ก็คือ รูปแบบของผ้าม่าน มีความสำคัญกับความสวยงามมากว่าลายผ้า และสิ่งที่ต้องระวังคือ การหลีกเลี่ยงที่จะเลือกลายผ้าม่านที่เป็นริ้วใหญ่ๆ หรือลายดอกโต เพราะผ้าม่านมีขนาดกว้าง หากเลือกลายเส้นริ้วหรือดอกโตๆ เมื่อเย็บเป็นผ้าม่าน ริ้วหรือลายนั้นจะถูกขยายให้กว้างขึ้น มองแล้วจะให้ความรู้สึกลายตา เวียนหัวมากกว่าเห็นความสวยงาม

ในสมัยก่อนนิยมใช้ ผ้าม่าน สีเข้ม และผ้าเนื้อหนา เพราะมีแนวคิดของการใช้งานที่ทนทานทั้งเนื้อผ้า และกลัวความซีดของสีผ้าม่าน เพราะหากเลือกใช้สีอ่อนจะซีดเร็ว  แต่ในปัจจุบันความนิยมเปลี่ยนไป สีของผ้าม่านที่นิยมใช้จะเป็นสีเลียนแบบสีธรรมชาติอย่างสี

เเอิร์ธโทน หรือสีผสม เช่น เทาอมฟ้า น้ำตาลอมม่วง เทาน้ำตาล หรือเป็นโทนสีที่มองแล้วให้ความรู้สึก อบอุ่น เช่น โทนน้ำตาล เข้ม หรืออ่อน และสีที่มองแล้วให้ความรู้สึกสบายๆ เช่น สีเบจ สีครีม สีเทา รวมทั้งความนิยมในการเลือกเนื้อผ้าก็เปลี่ยนไปจากนิยมผ้าหนาๆ มานิยมเป็นผ้าที่มีความอ่อนช้อย ทิ้งตัวอย่างเป็นธรรมชาติ และ พลิ้วไหว ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็น สิ่งสำคัญเบื้องต้นใน การเลือกผ้าม่านสำหรับห้องรับแขก

ในสมัยก่อนแม้อากาศจะไม่ร้อนเหมือนสมัยนี้ ผ่าม่านยังต้องมีการนำผ้าไปฉาบปรอท  ซึ่งเป็นผ้าอีกชิ้น แล้วนำมาแปะติดหลังผ้า ทำให้ผ้าม่านมีความแข็งกระด้างไม่สวยงาม และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แต่ปัจจุบันพัฒนามาใช้ ผ้ากันแสง Black out, Dim out ที่มีเนื้อผ้านิ่ม พริ้วไหว ทิ้งตัวดี มีน้ำหนัก และยังดูแลรักษาง่ายกว่า มีราคาถูกกว่าเมื่อก่อนด้วย

การเลือกผ้าม่านสำหรับห้องรับแขกมีเทคนิดเพิ่มเติมในบางอย่าง เช่น ถ้าห้องรับแขกมีความกว้างและสูง เฟอร์นิเจอร์ในห้องไม่แน่นมาก ก็สามารถจะใช้ผ้าม่านที่มีโทนสีเข้ม หรือมีลาย  แต่ถ้าเป็นห้องรับแขกที่มีขนาดเล็กก็ควรใช้โทนสีที่อ่อน สำหรับห้องรับแขกที่มีขนาดเล็กควรหลีกเลี่ยงโทนสีเข้มที่จะทำให้ห้องดูแคบลง สร้างความรู้สึกที่อึดอัด

สำหรับการเลือกผ้าม่านในห้องรับแขก นอกจากต้องเลือกโทนสี และรูปแบบที่เหมาะสมแล้ว เราควรตกแต่งรายละเอียดที่สวยงามสะดุดตาให้กับผ้าม่านเช่นตกแต่งด้วยพู่ ระบาย สายรวบม่าน ซึ่งรายละเอียดของการเพิ่มความเก๋ไก๋ตรงนี้ ทางร้านผ้าม่านที่ให้บริการติดตั้งจะมีตัวเลือกให้ได้ สร้างสรรค์ไอเดีย อีกมากมาย

ได้ผ้าม่านที่ถูกใจทั้งสีและรูปแบบแล้ว ประเด็นสุดท้ายอย่าลืมเพิ่มความอ่อนหวาน นุ่มนวลให้ผ้าม่านในห้องรับแขกของคุณด้วยผ้าโปร่ง เพราะนอกจากจะเพิ่มความรู้สึกที่นุ่มนวล อบอุ่นแล้ว ยังสร้างความเป็นส่วนตัวโดยใช้เป็นม่านบังตาไม่ให้คนภายนอกมองเห็นเข้ามาข้างในได้ในขณะที่เราเปิด ม่านทึกรับแสง โดยสีของผ้าโปร่งที่ใช้ควรเป็นโทนสี Off White(ออฟไวท์ )ที่ช่วยลดแสงให้นุ่มนวลและสบายตา หรือจะเลือกใช้สีขาวก็ได้

ได้หลักการเลือกผ้าม่านให้เหมาะกับ ห้องรับแขก แล้ว ก็เตรียมสั่งทำผ้าม่านติดห้องรับแขกกันได้เลย แต่อย่างไรก็ตามนอกจากหลักเกณฑ์การพิจารณาในการเลือกโดยเบื้องต้นแล้ว สิ่งที่คุณจะเลือกต้องขึ้นอยู่กับความชอบ และความพึงพอใจของคุณละสมาชิกในครอบครัวด้วย  เพราะความชอบ ความพึงพอใจไม่มีกกเกณฑ์อะไรตายตัว และมีความแตกต่างกันไปตามความชอบ  ยังไงบ้านของเราเราก็เป็นผู้ที่อยู่อาศัยมากที่สุด ดังนั้นขอให้มีความสุขกับการเลือกผ้าม่านอย่างที่ชอบนะครับ